สมัครสอบก.พ.

สมัครสอบก.พ.

สมัครสอบก.พ. คืออะไร ? สอบไปทำไม ใครสอบได้บ้าง

สมัครสอบก.พ. ถ้าพูดแบบที่เข้าใจกันโดยทั่วไป ที่ทุกคนจะนึกถึงเป็นอย่างแรกคือ เป็นการสอบเพื่อจะนำไปใช้ บรรจุอาชีพราชการ ซึ่งอาชีพราชการก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่หลาย ๆ คนคิดว่ามั่นคง มีสวัสดิการที่ดี เพราะนอกจากได้กับตนเองแล้ว ยังคลอบคลุมไปถึงพ่อแม่ ในบทความนี้เราจะสรุปเกี่ยวกับ เรื่องสมัครสอบก.พ. มาให้ทุกคนได้ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ๆ ว่า ก.พ. คืออะไร สอบไปทำไม ใครสอบได้บ้าง?

สมัครสอบก.พ. คืออะไร? มีชื่อเต็ม ๆ คืออะไร

ก.พ. คือ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นองค์การกลาง ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ในราชการพลเรือน ภายใต้ระบบคุณธรรมทำหน้าที่ ส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีคุณภาพชีวิต และการทำงานที่ดี และพัฒนาระบบการบริหารกำลังคน ในราชการให้เป็นกลไกการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

สมัครสอบก.พ. คืออะไร สอบไปทำไม?

การสอบ ก.พ. คือ การสอบคัดเลือกบุคคล เพื่อเข้าไปทำงานให้กับหน่วยงานราชการ และต้องสามารถทำงาน ตามนโยบายของรัฐบาล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นแล้วจึงจะต้องทำข้อสอบให้ผ่านก่อน โดยต้องสมัครสอบคัดเลือกตามหลักสูตรที่กำหนด

สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ หากคิดจะเข้าทำงาน สายราชการแล้วล่ะก็ ต้องผ่านด่านแรกไปให้ได้ ก่อนนั่นก็คือการสมัครสอบก.พ. หรือจะเรียกอีกอย่างว่า เป็นระบบกลาง ระหว่างผู้ที่ต้องการเข้าทำงานในระบบราชการ กับ หน่วยงานราชการที่ขาดแคลนบุคคล ในการทำงานก็ได้เช่นกัน ซึ่งทางสมัครสอบก.พ. จะมีการเปิดรับสมัครสอบ 4 ระดับด้วยกัน

สมัครสอบก.พ. ได้บ้าง – ระดับวุฒิการศึกษาที่รับสมัครสอบก.พ.

สำนักงาน สมัครสอบก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบ จำนวน 4 ระดับ ดังนี้…

1. ระดับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
2. ระดับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) อนุปริญญา หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
3. ระดับวุฒิปริญญาตรี
4. ระดับวุฒิปริญญาโท

การสมัครสอบ แบ่งออกเป็น 3 ภาค และต้องสอบให้ผ่านทุกภา

ภาค ก คือ การสอบความรู้ ความสามารถทั่วไป

เป็นการทำแบบทดสอบที่วัดระดับเชาว์ปัญญา ทุกคนที่จะสอบบรรจุข้าราชการต้องสอบ ก. (เมื่อสอบผ่านแล้วสามารถใช้ได้ตลอดชีพ ไม่ต้องสอบใหม่อีก) โดยการสอบ ก. จะแบ่งเป็น 3 วิชา คือ

– ทดสอบวิชาความสามารถทั่วไป : ด้านการคิดคำนวณ และด้านการให้เหตุผล คะแนนเต็ม 100 คะแนน ( ป.ตรี ป.โท ต้องทำให้ 36 ข้อขึ้นไปถึงผ่าน)
– ทดสอบวิชาภาษาไทย : ด้านการเข้าใจภาษา ซึ่งจะทดสอบโดยการการอ่านและการทำความเข้าใจบทความ การเขียนประโยคให้ถูกต้องตามหลักภาษา จำนวน 40 ข้อ คะแนนเต็ม 50 คะแนน
– ทดสอบวิชาภาษาอังกฤษ : ทดสอบความรู้ในการใช้ภาษาอังกฤษเบื้องต้นจากการ ฟัง พูด อ่าน เขียน คะแนนเต็ม 50 คะแนน ข้อสอบแยกเป็นระดับวุฒิการศึกษา

ระยะเวลาการสอบ : มีการจัดสอบเป็นประจำทุกปี โดยช่วงเปิดรับสมัครประมาณ มีนาคม ช่วงสอบ มิ.ย.-ก.ค. และประกาศผลช่วงเดือน ก.ย. (ติดตามกำหนดที่แน่ชัดได้จากทางเว็บของ สมัครสอบก.พ. http://job.ocsc.go.th/Default.aspx)

คุณสมบัติผู้สอบ: ต้องเป็นผู้ที่จบการศึกษาแล้ว หรือผู้ที่กำลังศึกษาชั้นปีสุดท้ายของระดับ ปวช. ปวท. ปวส. อนุปริญญา ปริญญาตรี หรือปริญญาโท

ใครเป็นคนจัดสอบ: หน่วยงานที่จัดสอบคือ สำนักงาน สมัครสอบก.พ.

เกณฑ์การผ่านคะแนนทุกวิชาจะต้องผ่านเกณฑ์ที่ 60 % และต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 50 % ผู้สอบสามารถยื่นคะแนนภาษาอังกฤษมาตรฐานต่อไปนี้ แทนได้ IELTS , TOEIC , TU-GET , CU-TEP (ที่ยังไม่หมดอายุ และต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 % ของการทดสอบที่จะยื่นแทน)

** ทุกคนที่ต้องการจะสอบบรรจุข้าราชการจำเป็นต้องสอบ ก **

ภาค ข คือ การสอบความสามารถเฉพาะตำแหน่ง

เป็นการสอบที่เน้นใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง เช่น นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ, นิติกร, เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน เป็นต้น โดยข้อสอบจะเป็นการสอบแบบข้อเขียน  (และผู้สอบต้องนำหนังสือรับรองมายืนยันว่าได้สอบผ่าน ก. แล้วจึงจะสมัครได้)

คุณสมบัติผู้สอบ: ต้องสอบผ่าน ก ก่อน

ใครเป็นคนจัดสอบ : หน่วยงานราชการที่เปิดรับสมัคร

ภาค ค คือ การสอบสัมภาษณ์

เป็นการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ เพื่อดูถึงความเหมาะสมกับตำแหน่ง  อาจมีการทดสอบอย่างอื่นเพิ่มก็ได้ เช่น ทดสอบร่างกาย หรือ ทดสอบจิตวิทยา เป็นต้น

คุณสมบัติผู้สอบ : ผู้เข้าสอบจำเป็นต้องผ่านการสอบ ก. และ ข. มาก่อน

ใครเป็นคนจัดสอบ : หน่วยงานราชการที่เปิดรับสมัคร

**ทั้งนี้ผู้สอบ สมัครสอบ ก.พ. จะต้องสอบผ่านทั้ง 3 จึงจะได้เข้าการบรรจุเข้ารับราชการ

สอบผ่านก.พ. แล้วทำไงต่อ?

หลังจากสอบผ่านก.พ. ภาก ก แล้วให้เข้าไปพิมพิ์หนังสือรับรองการสอบผ่านในระบบ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. เข้าไปที่ website https://job.ocsc.go.th
  2. เลือกเมนู “พิมพ์หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ”
  3. กดปุ่ม “สมัครสมาชิก” ด้วย ID บัตรประชาชน
  4. เลือกพิมพ์หนังสือรับรองผลการสอบผ่านฯ
  5. เมื่อส่วนราชการใดเปิดรับสมัคร ซึ่งเรามีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศที่รับสมัครนั้น ให้เรายื่นใบสมัครสอบโดยนำบัตรประจำตัวประชาชน และ หนังสือรับรองการสอบผ่าน(ทั้งตัวจริงและสำเนา) ไปยังหน่วยงานที่รับสมัครนั้น
  6. เข้าสอบ ภาค ข และ ภาค ค ต่อไป
ได้กี่คะแนนถึงจะสอบผ่าน?

เกณฑ์ผ่านขึ้นอยู่กับ วุฒิที่ใช้สมัคร สำหรับป.ตรีและวุฒิอื่น ๆ จะใช้เกณฑ์เดียวกันหมด ยกเว้นป.โท จะมีเกณฑ์ที่สูงกว่า ดูเกณฑ์ผ่าน สมัครสอบ ก.พ. ของแต่ละระดับอาชีพ “ราชการ” เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบราชการเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้ บังเกิดผล นำพาประเทศชาติ สังคมไปสู่ความเจริญ สงบสุข และสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ “ข้าราชการพลเรือนสามัญ” คือ ข้าราชการที่ทำงานอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ยกเว้น ครู ทหาร ตำรวจ อัยการ ตุลาการ หรือข้าราชการท้องถิ่น เป็นต้น ผู้สนใจที่เข้ารับราชการพลเรือนสามัญ ต้องสมัครสอบแข่งขัน หรือสมัครคัดเลือก ตามหลักสูตรที่กำหนด